แผลเล็กอย่ามองข้าม 5 วิธีดูแลสุนัขให้ไกลจากแผลเน่าที่เจ้าของมักพลาด
- Benjapornchita Thongtaipar
- 28 ม.ค.
- ยาว 1 นาที

1. ตรวจผิวหนังสุนัขเป็นประจำ อย่ารอให้เห็นแผลชัด
หนึ่งในความผิดพลาดที่เจ้าของมักพลาดคือ รอจนสุนัขมีอาการเจ็บ เดินกะเผลก หรือมีกลิ่นผิดปกติ จึงค่อยสังเกตแผล ความจริงแล้วควรใช้เวลาสั้นๆ ในแต่ละวันลูบคลำตัวสุนัข ตรวจดูผิวหนังตามซอกขา ใต้คอ หลังใบหู และบริเวณที่ขนหนา หากพบรอยแดง ขนร่วงเป็นหย่อม หรือมีสะเก็ด ควรเริ่มดูแลทันที เพราะการเจอแผลตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อและไม่ลุกลามเป็นแผลเน่า
2. ทำความสะอาดแผลให้ถูกวิธีตั้งแต่แรก
เมื่อพบแผล ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้หรือใช้ของใกล้ตัวโดยไม่ระวัง การทำความสะอาดแผลควรเริ่มจากการตัดหรือแหวกขนรอบแผลออก เพื่อให้เห็นแผลชัดและไม่อับชื้น จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาดหรือสารทำความสะอาดที่อ่อนโยน หลีกเลี่ยงการใช้แอลกอฮอล์หรือยาที่ระคายเคือง เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อแผลเสียหายและหายช้าลง แผลที่ดูสะอาดตั้งแต่วันแรก จะลดโอกาสการติดเชื้อและการเกิดกลิ่นเหม็นจากแผลเน่าได้มาก
3. อย่าปล่อยให้สุนัขเลียหรือกัดแผล
สุนัขจำนวนมากมีพฤติกรรมเลียแผลเพราะรู้สึกเจ็บหรือคัน แต่การเลียซ้ำๆ จะทำให้แผลชื้น เกิดการระคายเคือง และเป็นช่องทางให้เชื้อโรคเข้าสู่แผลได้ง่าย หากปล่อยไว้นาน แผลอาจขยายใหญ่ขึ้นและกลายเป็นแผลเน่าได้ เจ้าของควรใช้ปลอกคอกันเลีย หรือวิธีป้องกันอื่นๆ ตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ พร้อมสังเกตว่าแผลแห้งและดีขึ้นหรือไม่ในแต่ละวัน
4. รักษาความแห้งและความสะอาดของบริเวณแผล
ความอับชื้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้แผลหายช้าและติดเชื้อได้ง่าย โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน หรือสุนัขที่ชอบลงน้ำ เจ้าของควรหลีกเลี่ยงไม่ให้แผลเปียก หากจำเป็นต้องอาบน้ำ ควรป้องกันไม่ให้น้ำโดนแผล และซับให้แห้งสนิททุกครั้ง รวมถึงดูแลที่นอนและพื้นที่พักผ่อนของสุนัขให้สะอาด ไม่ชื้น ไม่สกปรก เพื่อลดการปนเปื้อนของเชื้อโรค
5. หากแผลไม่ดีขึ้น อย่ารอช้า ควรพาไปพบสัตวแพทย์
แผลที่เริ่มมีอาการบวม แดง มีกลิ่นเหม็น มีหนอง หรือสุนัขเจ็บมากขึ้น เป็นสัญญาณว่าแผลอาจเริ่มติดเชื้อแล้ว หากเจ้าของพยายามดูแลเองแต่แผลไม่ดีขึ้นภายในไม่กี่วัน การพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้รักษาได้ตรงจุด ลดโอกาสเกิดแผลเน่าลุกลาม และช่วยให้สุนัขหายเร็วขึ้น ไม่ทรมานนาน




ความคิดเห็น